Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

โรคต้อกระจกตา ต้อกระจก ต้อตา และการรักษาต้อกระจกในผู้สูงอายุ โรงพยาบาลบางปะกอก 8

10 ก.พ. 2561

โรคต้อกระจกตา ต้อกระจก ต้อตา และการรักษาต้อกระจกในผู้สูงอายุ 
โรคต้อกระจกตา ต้อตา เป็นอาการทางสายตาที่พบมากในผู้สูงอายุ อาการตามัว ตาฟางหรือเห็นเป็นม่านสีขาวทำให้ผู้สูงอายุมองไม่ชัดเหมือนเดิม โรคต้อตาเกิดได้อย่างไร สังเกตอย่างไรว่าเป็นโรคต้อตา และผ่าตัดรักษาโรคต่อตาอย่างไรให้ปลอดภัย โรงพยาบาลบางปะกอก 8 มีคำแนะนำ

โรคต้อกระจกตา ตาต้อ ตาฟาง พบมากในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความชราและความเสื่อมของร่างกายตามปกติ แต่ในบางรายที่มีอาการต้อกระจกตอนอายุน้อยกว่า 60 ปี อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นได้เช่นกัน ปัจจัยหรือสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคต้อกระจกตา ได้แก่

  1. ความชรา ความเสื่อมของร่างกายตามอายุที่มากขึ้น
  2. การได้รับแสงอัลตราไวโอเลตเข้าตาเป็นเวลานานๆ
  3. เป็นโรคเกี่ยวกับตาเช่น ม่านตาอักเสบเรื้อรัง ตาติดเชื้อ 
  4. มีโรคประจำตัวที่ทำให้เกิดต้อกระจกได้ เช่นเบาวาน ความดันโลหิตสูงต่อมไทรอยด์ผิดปกติ โรคอ้วน
  5. การเกิดอุบัติเหตุที่ดวงตาหรือดวงตาได้รับการกระทบกระเทือนบ่อยๆ
  6. ความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น เด็กแรกเกิดที่มารดาเป็นหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์
  7. การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid) เช่น ยาเพรดนิโซโลน (Prednisolone)

โรคต้อกระจกตาถือว่าเป็นโรคและอาการที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก เพราะทำให้ผู้ป่วยมองเห็นไม่ค่อยชัด มองเห็นภาพซ้อน สีของภาพที่มองเห็นเปลี่ยนไปจากเดิม แพ้แสงจ้า การอ่านหนังสือหรือการทำกิจกรรมอื่นๆ ก็ยากลำบากมากขึ้น และหากไม่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดต้อกระจกตา จะส่งผลต่อปัญหาสายตาในระยะยาว เช่น สายตาสั้น ดังนั้นหากผู้สูงอายุเริ่มมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบพาไปพบจักษุแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจและรักษาหรือผ่าตัดโรคต้อกระจกตาให้เร็วที่สุด เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ

การผ่าตัดต้อกระจกตาการรักษาต้อกระจก

การรักษาโรคต้อกระจกตา ต้อตาในปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดต้อกระจกตา เมื่อผ่าตัดนำแก้วตาที่มีลักษณะขาวขุ่นออกแล้วแพทย์จะใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ ทำให้ผู้สูงอายุที่เข้ารับการผ่าตัดกลับมามองเห็นได้ชัดเจน และเป็นการรักษาที่ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

การผ่าตัดต้อกระจกตาทำได้ 2 วิธี คือ

  1. การผ่าตัดต้อกระจกตาแบบ Phacoemulsification เป็นวิธีที่นิยมทีสุดโดยการเจาะรูเล็กๆ แล้วใช้เครื่องอัลตราซาวนด์(Ultrasound)สลายเลนส์และดูดออก
  2. การผ่าตัดต้อกระจกตาแบบ Extracapsular โดยการผ่าตัดเป็นแผลเล็กๆ แล้วเอาเลนส์ที่ขุ่นออกใช้ในกรณีที่ต้อกระจกสุก และแข็งตัวมากจนไม่เหมาะกับการสลายด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์(Ultrasound)

การรักษาและการผ่าตัดต้อกระจกตา ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้นจึงจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด โรงพยาบาลบางปะกอก 8 เป็นโรงพยาบาลชั้นนำที่มีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ใส่ใจทั้งการตรวจอาการทางสายตาต่างๆ การผ่าตัดโรคต้อกระจกตา รวมทั้งคำแนะนำในการปฏิบัติตนหลังจากการผ่าตัดต้อกระจก เพื่อทำให้ผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาและใช้สายตาได้อย่างเป็นปกติและยาวนานยิ่งขึ้น ผู้ป่วยโรคต้อกระจกตาและผู้ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคต้อกระจกตาจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการทางการแพทย์และการรักษาโรคต้อกระจกตาที่ดีที่สุดจากโรงพยาบาลบางปะกอก 8

คำแนะนำในการดูแลสายตา
ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในแสงจ้าเป็นเวลานานหรือควรใส่แว่นกันแดด ไม่จ้องที่ที่มีแสงจ้านานๆ พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อกระจกตาและปัญหาสายตาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ แผนกจักษุ โรงพยาบาลบางปะกอก8
โทร 02-109-8111 ต่อ 2205 หรือ โทร 092-2810257

Go to top
Copyright © 2015 Bangpakok Hospital All rights reserved.